ตอนที่ 2: สาม
หลังจบมัธยมต้น เขาละทิ้งโอกาสงานดี ๆ ในเทศบาลเมือง กลับมายังหมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ที่ไม่มีญาติมิตรสักคน กลับสู่โรงเรียนประถมชนบทที่ครูของเขาเป็นห่วงเป็นใยยิ่งนัก ขณะนั้น โรงเรียนได้ถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้วเพราะไร้ครูผู้สอน ไม่นานมานี้ คณะกรรมการการศึกษาออกนโยบายใหม่ ยกเลิกตำแหน่งครูที่ชาวบ้านว่าจ้างกันเอง โดยครูจำนวนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นครูของรัฐหลังผ่านการสอบและการประเมินผล เมื่อได้ใบรับรองครูมาในมือ เขารู้ตัวว่าบัดนี้ตนเองได้เป็นครูประถมที่ได้รับการรับรองจากทางการแล้ว เขาดีใจ แต่ก็เพียงแค่ดีใจเท่านั้น มิได้ตื่นเต้นยินดีอะไรนักเหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เขาไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นครูที่ชาวบ้านว่าจ้างหรือครูของรัฐ สิ่งเดียวที่เขาห่วงใยคือเด็ก ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียนของเขา แล้วก้าวออกไปสู่ชีวิตจริง ไม่ว่าพวกเขาจะออกเดินทางไปจากภูเขาหรือหยุดอยู่ในหุบเขา ชีวิตของพวกเขาก็ย่อมแตกต่างไปจากเด็ก ๆ ที่ไม่เคยได้เข้าเรียนหนังสือแม้แต่วันเดียวเสมอมา พื้นที่ภูเขาที่เขาอาศัยอยู่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยากจนที่สุดของประเทศ แต่ความยากจนไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความเฉยเมยชาชื้นของผู้คนที่นั่นต่อสภาพความเป็นอยู่ปัจจุบัน จำได้ว่านั่นเป็นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่บ้านเมืองทำนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินเป็นครัวเรือน หมู่บ้านก็เริ่มแบ่งที่นากัน จากนั้นจึงแบ่งสิ่งของอย่างอื่นตามมา เรื่องรถแทรกเตอร์คันเดียวของหมู่บ้าน พวกเขาก็คุยกันไม่ลงรอยสักทีว่าค่าน้ำมันจะหารกันอย่างไร เวลาใช้งานเครื่องจะแบ่งกันอย่างไร สุดท้ายทางออกเดียวที่ทุกคนยอมรับร่วมกันได้ก็คือแบ่งรถแทรกเตอร์กันไปเลย และก็แบ่งกันจริง ๆ บ้านนี้เอาล้อไป บ้านโน้นเอาเพลาไป. . . . . . อีกเรื่องคือเมื่อสองเดือนก่อน มีโรงงานแห่งหนึ่งมาช่วยเหลือพัฒนาพื้นที่ยากจน ติดตั้งปั๊มน้ำจุ่มให้หมู่บ้าน โดยเห็นว่าค่าไฟฟ้าแพง เขาจึงเอาเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กพร้อมน้ำมันดีเซลมาให้อุดมเพียบพร้อมด้วย เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่เพียงเขาเหยียบออกจากหมู่บ้านไป หมู่บ้านก็เอาเครื่องจักรไปขายทิ้งหมดตาม ทั้งปั๊มน้ำและเครื่องยนต์ดีเซล ขายได้เพียงหนึ่งพันห้าร้อยหยวน ทั้งหมู่บ้านได้กินอิ่มอร่อยกันสองมื้อ นับว่าได้ผ่านพ้นปีใหม่มาอย่างสมถนา. . . . . . ต่อมามีโรงงานฟอกหนังมาซื้อที่ดินไปสร้างโรงงาน โดยไม่ทันจะทำความเข้าใจอะไรให้ชัดเจนก็ขายที่ดินให้ไปแล้ว พอโรงงานสร้างเสร็จ น้ำพิษจากการฟอกหนังก็ไหลลงแม่น้ำ ซึมลงบ่อน้ำ คนพอดื่มน้ำพวกนั้นเข้าไป ตัวก็ขึ้นตุ่มแดงไปทั้งตัว แม้กระนั้นก็ไม่มีใครสนใจ ยังดีใจเป็นเจ้าเข้าอยู่ว่าขายที่ดินได้ราคางาม. . . . . . ดูพวกหนุ่มโสดที่หาเมียไม่ได้ในหมู่บ้านสิ แต่ละวันนอกจากพนันก็แต่ดื่ม แต่กลับไม่ยอมลงมือทำไร่ทำนา พวกเขาคิดเป็นอยู่ว่า ยากจนถึงขีดสุดเมื่อไหร่ ทางอำเภอก็จะมีเงินช่วยเหลือมาบ้างทุกปีอยู่แล้ว เอาเงินก้อนนั้นมาคำนวณดู ก็ยังมากกว่ารายได้จากการขุดดินเป็นปีในที่ดินข้างเขาขนาดเท่าฝ่ามือแบบนั้น. . . . . . ไร้การศึกษา ผู้คนเลยเสื่อมโทรมลงกันหมด ถิ่นทุรกันดารแถบนั้นก็ทำให้คนท้อใจอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไร้ความหวังอย่างแท้จริง ก็คือดวงตาไร้แวววาวของผู้คนแถบภูเขาเหล่านั้น เขาเดินจนเหนื่อย จึงลงนั่งที่ริมทางเท้า ตรงหน้าเขาคือร้านอาหารขนาดใหญ่หรูหราแห่งหนึ่ง กำแพงด้านที่หันเข้าหาถนนของร้านเป็นกระจกใสล้วนทั้งด้าน โคมระย้าอันวิจิตรสาดแสงออกมาด้านนอก ร้านอาหารทั้งหลังดูราวกับตู้ปลามหึมาตู้หนึ่ง ส่วนเหล่าลูกค้าที่แต่งกายโอ่อ่าด้านในก็เหมือนฝูงปลาสวยงามหลากสีสัน เขาเห็นชายอ้วนคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะโต๊ะหนึ่งแถวติดถนน ผมและใบหน้าของชายคนนี้ดูเหมือนกำลังมีน้ำมันซึมออกมา ทำให้เขาดูราวกับถูกปั้นขึ้นมาจากก้อนขี้ผึ้งก้อนใหญ่ที่เคลือบน้ำมันไว้ทั้งผิว ชายคนนั้นมีหญิงสาวร่างสูงสง่าแต่งตัวเปิดเผยนั่งขนาบอยู่สองข้าง เขาหันไปพูดอะไรบางอย่างกับหญิงสาวคนหนึ่ง ทำให้เธอขำหัวเราะคิกคัก ชายคนนั้นก็หัวเราะตาม ส่วนหญิงสาวอีกคนก็ทำท่าอ้อนออดแกล้งงอน ใช้กำปั้นเล็ก ๆ ทั้งสองข้างต่อยโป้งชายคนนั้น . . . . . . ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้หญิงตัวสูงขนาดนี้ ตัวของซิ่วซิ่วน่ะหรือ คงสูงแค่ครึ่งหนึ่งของพวกเธอเท่านั้น . . . . . . เขาถอนหายใจ เฮ้อ ได้แต่คิดถึงซิ่วซิ่วอีกแล้ว (ยังไม่จบ)